ย้อนกลับไปในยุค 90s หนังชุด Universal Soldier สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการหนังแอ็กชันด้วยพล็อตทหารที่ถูกทำให้เป็นซูเปอร์โซลเจอร์ และการปะทะกันของสองนักบู๊ชื่อก้องโลกอย่าง Jean-Claude Van Damme และ Dolph Lundgren หลังจากผ่านไปหลายปี ในปี 2010 ภาคที่สามที่หลายคนลืมไปแล้วอย่าง Universal Soldier: Regeneration หรือชื่อไทยว่า 2 คนไม่ใช่คน 3: สงครามสมองกลพันธุ์ใหม่ ได้กลับมาสร้างความฮือฮาอีกครั้ง ด้วยโทนหนังที่ดาร์กและสมจริงมากขึ้น งานแอ็กชันที่หนักหน่วง และการกลับมาของสองนักแสดงนำที่แม้จะอายุมากขึ้น แต่ยังคงความโหดไม่เปลี่ยน
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
ในภาคนี้ เรื่องราวเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ในภาคแรก กลุ่มผู้ก่อการร้ายได้เข้ายึดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล และข่มขู่ที่จะทำให้เกิดหายนะครั้งใหญ่ ทางรัฐบาลจึงตัดสินใจปลุก Luc Deveraux (Jean-Claude Van Damme) ทหารยูนิโซลที่ถูกปลดประจำการกลับมาปฏิบัติภารกิจอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูเก่าอย่าง Andrew Scott (Dolph Lundgren) ที่ถูกฟื้นคืนชีพเช่นกัน รวมถึงยูนิโซลรุ่นใหม่ NGU (Andrei Arlovski) ที่เหนือชั้นกว่าและไร้ความปรานี ภารกิจของ Deveraux คือการแทรกซึมเข้าไปในเชอร์โนบิล หยุดยั้งผู้ก่อการร้าย และจัดการกับศัตรูทั้งเก่าและใหม่ให้สิ้นซาก
งานการแสดงและตัวละคร
จุดเด่นของหนังภาคนี้คือการกลับมาของสองซูเปอร์สตาร์สายบู๊ Jean-Claude Van Damme และ Dolph Lundgren แม้ทั้งคู่จะอายุมากแล้วแต่ยังคงความเท่และโหดในแบบฉบับของตัวเอง Van Damme เล่นเป็น Luc Deveraux ที่ดูเคร่งขรึมและมีบาดแผลทางจิตใจมากกว่าเดิม ส่วน Lundgren ในบท Andrew Scott ก็ยังคงความบ้าคลั่งสมกับเป็นวายร้ายที่แฟนๆชื่นชอบ แต่ที่ surprise ที่สุดคือ Andrei Arlovski อดีตแชมป์ UFC ที่รับบท NGU ยูนิโซลรุ่นใหม่ ด้วยรูปร่างที่ใหญ่โตและความแข็งแกร่งของนักสู้จริงๆ ทำให้ฉากต่อสู้ระหว่างเขากับ Deveraux ดุเดือดและสมจริงอย่างมาก
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ John Hyams (ลูกชายของ Peter Hyams ผู้กำกับ Timecop) เลือกใช้สไตล์การถ่ายทำที่ดิบและสมจริง แตกต่างจากภาคก่อนๆที่ดูแฟนซี ภาพของหนังมีโทนหม่นหมอง สะท้อนบรรยากาศของเชอร์โนบิลที่รกร้างและน่ากลัว ฉากแอ็กชันถูกถ่ายด้วยกล้องมือถือที่สั่นไหวพอประมาณ ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง โดยเฉพาะฉากต่อสู้ระหว่าง Van Damme กับ Arlovski ที่ทั้งหนักหน่วงและรวดเร็ว ดนตรีประกอบโดย Michael Krassner และ Kris Hill ให้อารมณ์ที่ตึงเครียดและมืดมน ช่วยเสริมบรรยากาศของหนังได้ดี
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
Universal Soldier: Regeneration อาจไม่ใช่หนังที่แฟนๆคาดหวังว่าจะได้เห็น เพราะมันทิ้งความสนุกแบบยุค 90s หันมาเอาใจคนรักหนังแอ็กชันแนวสมจริงมากกว่า หนังเน้นการเล่าเรื่องที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ให้ความสำคัญกับงานบู๊ที่หนักหน่วงและตัวละครที่มีมิติมากขึ้น แม้ Van Damme จะไม่ฟอร์มเทพเหมือนสมัยหนุ่ม แต่ก็ยังแสดงได้ดีในบทบาทที่เขาถนัด สิ่งที่ทำให้หนังน่าสนใจคือการเพิ่มเติมประเด็นเกี่ยวกับจิตใจของทหารที่ถูกดัดแปลงและการต่อสู้กับอดีตของตัวเอง ซึ่งแม้จะไม่ได้ลึกซึ้งมาก แต่ก็เพียงพอให้หนังมีอะไรให้คิดมากกว่าแค่การต่อสู้ อย่างไรก็ตาม หนังอาจจะไม่ตอบโจทย์แฟนๆที่คาดหวังความมันส์แบบจัดเต็มหรือเอฟเฟกต์อลังการ เพราะมันเน้นความสมจริงและโทนที่ดาร์กกว่า
สรุป
สำหรับคอหนังแอ็กชันที่ชื่นชอบสไตล์สมจริงและอยากเห็น Van Damme กับ Lundgren กลับมาปะทะกันอีกครั้ง Universal Soldier: Regeneration ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด แม้เนื้อเรื่องจะไม่ลึกซึ้ง แต่งานบู๊และการแสดงของนักสู้จริงๆก็เพียงพอที่จะทำให้คุณติดขอบจอ
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +ฉากบู๊ดุเดือดสมจริง โดยเฉพาะการต่อสู้ของ Van Damme กับ Arlovski
- +การกลับมาของ Van Damme และ Lundgren ที่ยังคงขลัง
- +โทนหนังดาร์กและจริงจัง ให้ความรู้สึกแตกต่างจากสองภาคแรก
👎 จุดด้อย
- −เนื้อเรื่องเรียบง่าย ไม่มีพลิกโผน
- −สเปเชียลเอฟเฟกต์และงานสร้างดูเก่าไปบ้างตามปีที่ฉาย
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ควรดูภาคแรก (1992) เพื่อเข้าใจความสัมพันธ์ของตัวละครหลัก แต่ไม่ต้องดูภาคสองก็เข้าใจเนื้อเรื่องได้
มีภาคต่อคือ Universal Soldier: Day of Reckoning (2012) ซึ่งเป็นภาคที่สี่ของซีรีส์
ดีมาก โดยเฉพาะฉากต่อสู้ระหว่าง Van Damme กับ Arlovski ที่ใช้สไตล์ MMA จริงๆ ทำให้สมจริงและดุเดือด